วันศุกร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

Tornado


ภาพ:tornadoes.jpg

       
 ทอร์นาโด มักจะเกิดในลักษณะรูปทรงกรวยทอร์นาโด (tornado อ่านว่า ทอร์เนโด) เป็นพายุที่เกิดจากการหมุนของอากาศ สามารถเกิดขึ้นได้ในหลายลักษณะ โดยลักษณะที่พบได้บ่อยสุดคือลักษณะรูปทรงกรวย โดยส่วนปลายโคนชี้ลงที่พื้น ทอร์นาโดสามารถก่อพลังทำลายได้สูง โดยความเร็วลมสามารถสูงมากถึง 500 กม/ชม (300 ไมล์/ชม) ซึ่งก่อให้เกิดการพังทลายของสิ่งก่อสร้างได้

- พายุทอร์นาโด(Tornadoes)

        ในบรรดาพายุร้ายแล้วพายุทอร์นาโดเป็นพายุที่ร้ายแรงชนิดหนึ่งเมื่อมันเกิดขึ้นแล้วจะทำลายเคหสถานบ้านช่อง ตึก สะพาน ต้นไม้ เรือ และแม้กระทั่งรถไฟให้พินาศเสียหายได้ ชีวิตของคนจำนวนหมื่นและทรัพย์สินจำนวนล้าน เคยถูกพายุนั้กระหน่ำทำลายมาแล้วมากต่อมาก พายุร้ายนี้เกิดขึ้นเป็นประจำในบริเวณลุ่มแม่น้ำมิสซิสซิปปี้ ทวีปอเมริกาเหนือ และบริเวณฝั่งตะวันออกของทวีปอเมริกาเหนือ ด้านมหาสมุทรอัตลันติค

- การเคลื่อนที่ของพายุทอร์นาโด

        คำว่า"ทอร์นาโด" เป็นคำสเปน แปลว่า หมุนเป็นเกลียว เพราะพายุนี้เป็นพายุหมุนมีเส้นผ่าศูนย์กลางของการหมุนแคบ ๆ แต่มีอัตราเร็วของการหมุนถึงชั่วโมงละ 300-500ไมล์ ความเร็วของการหมุนนี้ ถ้าผ่านไปในมหาสมุทรหรือลำแม่น้ำจะหอบเอาน้ำขึ้นเป็นลำไปในอากาศเกิดคลื่นลมร้ายแรงสามารถยกเรือเดินสมุทรขนาดใหญ่ขึ้นไปติดอยู่บนฝั่งลึกเข้าไปได้เป็นไมล์ ๆถ้าผ่านไปบนบกก็จะทำลายสิ่งกีดขวางทางเดินแหลกลาญไปตลอดระยะทางการเคลื่อนที่ของพายุนี้ มีอัตราความเร็วราว 50 ไมล์ ถึง 100 ไมล์ต่อชั่วโมง

ภาพ:tornado1.jpg

- สาเหตุที่ทำให้เกิดพายุทอร์นาโด

        เนื่องมาจากการเกิดกลุ่มของอากาศที่เย็นกว่าลอยผ่านเข้าไปใต้กลุ่มของอากาศที่อบอุ่นกว่า จึงทำให้เกิดกการถ่ายเทอากาศหมุนเวียนกันขึ้นในเขตจำกัดและเป็นไปได้โดยรวดเร็วใกล้ ๆ จุดศูนย์กลางจะมีกระแสลมหมุนเร็วที่สุดจนทำให้เกิดลำอากาศเป็นเกลียวตั้งสูงขึ้นไปในท้องฟ้า ถัดออกมาทางขอบนอกอัตราเร็วของการหมุนค่อย ๆ ช้าลง แต่กระนั้นก็ตามที่ขอบนอกของมันก็มีความแรงพอที่จะพัดเอาบ้านทั้งหลังให้พังไปได้อย่างง่ายดาย
        ทอร์นาโดเกิดขึ้นจากลมร้อนและลมเย็นมาเจอกันและก่อตัวให้เกิดลมหมุน และเมื่อลมหมุนในระดับที่ไม่คงที่ ทำให้ปลายข้างหนึ่งลงมาสัมผัสที่พื้นก่อให้เกิดทอร์นาโดได้ โดยทอร์นาโดสามารถส่วนใหญ่เกิดในสหรัฐอเมริกา เนื่องจากสภาพภูมิประเทศที่สามารถก่อให้เกิดลมร้อนและไอเย็นปะทะกันบริเวณทุ่งราบ

ภาพ:tornadoes2.jpg

- ระดับความรุนแรง

  • ระดับ F0 (40-72 mph) : ความเสียหายน้อย (light damage) เช่น กิ่งไม้หัก ต้นไม้รากตื้นๆ โค่นล้ม ป้ายต่างๆ เสียหาย
  • ระดับ F1 (73-112 mph) : ความเสียหายพอประมาณ (moderate damage) เช่น หลังคาบ้านเริ่มหลุด รถถูกพัดออกข้างทาง
  • ระดับ F2 (113-157 mph) : ความเสียหายมีนัยสำคัญ (significant damage) เช่น ต้นไม้ใหญ่ถอนราก สิ่งของปลิวว่อน
  • ระดับ F3 (158-206 mph) : ความเสียหายหนักหนาสาหัส (severe damage) เช่น หลังคาบ้านที่แข็งแรงหลุดออก รถไฟพลิกคว่ำ ต้นไม้ในป่าหลุดออกเกือบหมด รถหนักๆ ลอยขึ้นจากพื้น
  • ระดับ F4 (207-260 mph) : ความเสียหายทำลายล้าง (devastating damage) เช่น บ้านที่ปลูกอย่างดีหลุดจากพื้น โครงสร้างที่มีฐานรากไม่แข็งแรงหลุดออก สิ่งของหนักๆ ปลิวว่อน
  • ระดับ F5 (261-318 mph) : ความเสียหายเหลือเชื่อ (incredible damage) บ้านที่หลุดออกมาถูกฉีกกระจายเป็นชิ้นๆ ของชิ้นใหญ่ๆ หนักมากๆ อาจลอยไปไกลได้ร่วม 100 เมตร ต้นไม้ใหญ่หักโค่นหมดไม่มีเหลือ
        ส่วนภาษาพูดอาจบอกแบบคร่าวๆ แค่ 3 ระดับ ว่า อ่อน (weak) คือ F0 และ F1, แรง (strong) คือ F2 และ F3 และรุนแรง (violent) คือ F4 และ F5 ดังนั้น เวลาได้ยินข่าวทอร์นาโด ก็เดาได้เลยว่าอย่างน้อยคงต้องระดับตั้งแต่ F3 ขึ้นไป แต่ถ้าถึง F5 ละก็จะเป็นข่าวใหญ่ช็อกโลก

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต